เริ่มเลื่อนบทสวดอัตโนมัติ

pray_02_n
บทเจริญพระพุทธมนต์

ชุมนุมเทวดา

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

สะรัชชัง สะเสนัง สะพันธุง นะรินทัง
ปะริตตานุภาโว สะทา รักขะตูติ
ผะริต๎วานะ เมตตัง สะเมตตา ภะทันตา
อะวิกขิตตะจิตตา ปะริตตัง ภะณันตุ
สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน, ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต, ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา, ติฏฐันตา สันติเก ยังมุนิวะระวะจะนัง สาธะโว เม สุณันตุ, ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา, ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา, ธัมมัสสะวะนะกาโลอะยัมภะทันตาฯ

คำแปล

    ขอเชิญท่านผู้เจริญทั้งหลาย จงมีเมตตา แผ่เมตตาจิตไปว่า ขออานุภาพพระปริตรจงคุ้มครองรักษาพระมหากษัตริย์ ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน พร้อมทั้งสิริราชสมบัติ อีกทั้งพระประยูรญาติและเสนาอำมาตย์ทุกเมื่อ อย่ามีจิตฟุ้งซ่าน สวดพระปริตรกันเถิด
    ขอเชิญเทวดาทั้งหลายในรอบจักรวาล จงมาประชุมกันในที่นี้ ขอเชิญฟังพระสัทธรรมของพระมุนีเจ้า พระผู้ทรงชี้ทางสวรรค์และนิพพานเถิด
    ขอเชิญเทวดาทั้งหลายผู้สิงสถิต ณ สวรรค์ชั้นกามภพ ชั้นรูปภพ อีกทั้งเทวดาผู้สิงสถิตอยู่บนยอดเขา ที่หุบผา ที่วิมาน บนอากาศ และภุมมเทวดาทั้งหลายผู้สิงสถิตในทวีป แว่นแคว้น หมู่บ้าน ต้นไม้ ป่ารกชัฏ บ้านเรือน และไร่นา ทั้งบรรดายักษ์ คนธรรพ์ และนาค ผู้สาธุชนซึ่งสิงสถิต อยู่ในน้ำ บนบก ที่ลุ่ม ที่ดอน ที่ใกล้เคียง จงมาชุมนุมกัน ฟังพระดำรัสแห่งพระมุนีเจ้าผู้ประเสริฐเถิด
    ท่านผู้เจริญทั้งหลาย บัดนี้เป็นเวลาฟังธรรม
    ท่านผู้เจริญทั้งหลาย บัดนี้เป็นเวลาฟังธรรม
    ท่านผู้เจริญทั้งหลาย บัดนี้เป็นเวลาฟังธรรม

นอบน้อมพุทธคุณ

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะฯ (ว่า ๓ ครั้ง)

คำแปล

ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นฯ

ไตรสรณคมน์

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิฯ

คำแปล

    ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
    ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง
    ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง
แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง
แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง
แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง
แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

นะมะการะสิทธิคาถา (ใหม่)

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    โย จักขุมา โมหะมะลาปะกัฏโฐ
สามัง วะ พุทโธ สุคะโต วิมุตโต
มารัสสะ ปาสา วินิโมจะยันโต
ปาเปสิ เขมัง ชะนะตัง วิเนยยัง.
พุทธัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ
โลกัสสะ นาถัญจะ วินายะกัญจะ
ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ
สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ.
    ธัมโม ธะโช โย วิยะ ตัสสะ สัตถุ
ทัสเสสิ โลกัสสะ วิสุทธิมัคคัง
นิยยานิโก ธัมมะธะรัสสะ ธารี
สาตาวะโห สันติกะโร สุจิณโณ.
ธัมมัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ
โมหัปปะทาลัง อุปะสันตะทาหัง
ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ
สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ.
    สัทธัมมะเสนา สุคะตานุโค โย
โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะเชตา
สันโต สะยัง สันตินิโยชะโก จะ
ส๎วากขาตะธัมมัง วิทิตัง กะโรติ.
สังฆัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ
พุทธานุพุทธัง สะมะสีละทิฏฐิง
ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ
สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ.

คำแปล

    พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมีพระจักษุ ขจัดมลทินคือโมหะแล้ว ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง เสด็จไปดีแล้ว พ้นไปแล้ว (จากกิเลส) ทรงเปลื้องหมู่ชนอันเป็นเวไนยสัตว์จากบ่วงมาร ทำให้ถึงความเกษม ข้าพเจ้าขอนมัสการพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้เป็นที่พึ่ง และเป็นผู้นำของสัตว์โลก พระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า ด้วยเดชพระพุทธเจ้านั้น ขอชัยชนะ และความสำเร็จจงมีแก่ท่าน และขอให้อันตรายทั้งปวงจงพินาศไป
    พระธรรม อันเป็นดุจธงชัยแห่งพระศาสดาพระองค์นั้น แสดงหนทางแห่งความบริสุทธิ์แก่สัตว์โลก นำสัตว์ออกจากทุกข์ คุ้มครองผู้ทรงธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้ว ย่อมนำความสำราญก่อให้เกิดความสงบ ข้าพเจ้าขอนมัสการพระธรรมที่ทำลายโมหะระงับความเร่าร้อนนั้นด้วยเศียรเกล้า ด้วยเดชพระธรรมนั้น ขอชัยชนะและความสำเร็จจงมีแก่ท่าน และขอให้อันตรายทั้งปวงจงพินาศไป
    พระสงฆ์ ผู้เป็นเสนาประกาศพระสัทธรรม ดำเนินรอยตามพระสุคตเจ้า ชนะอุปกิเลสอันหยาบช้าแห่งโลก เป็นผู้สงบเองด้วยประกอบผู้อื่นไว้ในความสงบด้วย กระทำพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้วให้แจ่มแจ้ง ข้าพเจ้าขอนมัสการพระสงฆ์ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฏฐิเสมอกันนั้นด้วยเศียรเกล้า ด้วยเดชพระสงฆ์นั้น ขอชัยชนะ และความสำเร็จจงมีแก่ท่าน และขอให้อันตรายทั้งปวงจงพินาศไป

นะมะการะสิทธิคาถา

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

   สัมพุทเธ อัฏฐะวีสัญจะ

ท๎วาทะสัญจะ สะหัสสะเก

ปัญจะสะตะสะหัสสานิ

นะมามิ สิระสา อะหัง

เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ

อาทะเรนะ นะมามิหัง

นะมะการานุภาเวนะ

หันต๎วา สัพเพ อุปัททะเว

อะเนกา อันตะรายาปิ

วินัสสันตุ อะเสสะโตฯ

    สัมพุทเธ ปัญจะปัญญาสัญจะ

จะตุวีสะติสะหัสสะเก

ทะสะสะตะสะหัสสานิ

นะมามิ สิระสา อะหัง

เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ

อาทะเรนะ นะมามิหัง

นะมะการานุภาเวนะ

หันต๎วา สัพเพ อุปัททะเว

อะเนกา อันตะรายาปิ

วินัสสันตุ อะเสสะโตฯ

    สัมพุทเธ นะวุตตะระสะเต

อัฏฐะจัตตาฬีสะสะหัสสะเก

วีสะติสะตะสะหัสสานิ

นะมามิ สิระสา อะหัง

เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ

อาทะเรนะ นะมามิหัง

นะมะการานุภาเวนะ

หันต๎วา สัพเพ อุปัททะเว

อะเนกา อันตะรายาปิ

วินัสสันตุ อะเสสะโตฯ

คำแปล

    ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสัมพุทธเจ้า ๕๑๒,๐๒๘ พระองค์ด้วยเศียรเกล้า ขอนอบน้อมพระธรรมและพระสงฆ์ของพระสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นโดยเคารพ ด้วยอานุภาพแห่งการทำความนอบน้อม ขอจงขจัดเสียซึ่งอุปัทวะทั้งปวง แม้อันตรายเป็นอันมากก็จงพินาศไปโดยสิ้นเชิง
    ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสัมพุทธเจ้า ๑,๐๒๔,๐๕๕ พระองค์ ด้วยเศียรเกล้า ขอนอบน้อมพระธรรมและพระสงฆ์ของพระสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นโดยเคารพ ด้วยอานุภาพแห่งการทำความนอบน้อม ขอจงขจัดเสียซึ่งอุปัทวะทั้งปวง แม้อันตรายเป็นอันมากก็จงพินาศไปโดยสิ้นเชิง
    ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสัมพุทธเจ้า ๒,๐๔๘,๑๐๙ พระองค์ ด้วยเศียรเกล้า ขอนอบน้อมพระธรรมและพระสงฆ์ของพระสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นโดยเคารพ ด้วยอานุภาพแห่งการทำความนอบน้อม ขอจงขจัดเสียซึ่งอุปัทวะทั้งปวง แม้อันตรายเป็นอันมากก็จงพินาศไปโดยสิ้นเชิง

นะโมการะอัฏฐะกะคาถา

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

นะโม อะระหะโต สัมมา-

สัมพุทธัสสะ มะเหสิโน

นะโม อุตตะมะธัมมัสสะ

ส๎วากขาตัสเสวะ เตนิธะ

นะโม มะหาสังฆัสสาปิ

วิสุทธะสีละทิฏฐิโน

นะโม โอมาต๎ยารัทธัสสะ

ระตะนัตต๎ยัสสะ สาธุกัง

นะโม โอมะกาตีตัสสะ

ตัสสะ วัตถุตต๎ยัสสะปิ

นะโมการัปปะภาเวนะ

วิคัจฉันตุ อุปัททะวา

นะโมการานุภาเวนะ

สุวัตถิ โหตุ สัพพะทา

นะโมการัสสะ เตเชนะ

วิธิม๎หิ โหมิ เตชะวาฯ

คำแปล

    ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แสวงหาประโยชน์อันยิ่งใหญ่
    ขอนอบน้อมแด่พระธรรมอันสูงสุดในศาสนานี้ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นตรัสไว้ดีแล้ว
    ขอนอบน้อมแด่พระสงฆ์หมู่ใหญ่ ผู้มีศีลและทิฏฐิอันบริสุทธิ์การนอบน้อมแด่พระรัตนตรัยที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า อ (ย่อมาจาก อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส) อุ (ย่อมาจาก อุตฺตมธมฺมสฺส) ม (ย่อมาจากมหาสงฺฆสฺส) เป็นการดี
    ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัยทั้ง ๓ นั้น อันล่วงพ้นโทษต่ำช้าด้วยอำนาจแห่งการนอบน้อม ขออุปัทวะทั้งหลายจงพินาศไป ด้วยอานุภาพแห่งการนอบน้อม ขอความสวัสดีจงมีตลอดกาลทุกเมื่อ
    ด้วยเดชแห่งการนอบน้อม ขอเราจงมีเดชในมงคลพิธีเถิด

บทขัดตำนาน

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    เย สันตา สันตะจิตตา ติสะระณะสะระณา เอตถะ โลกันตะเร วา ภุมมาภุมมา จะ เทวา คุณะคะณะคะหะนัพยาวะฏา สัพพะกาลัง เอเต อายันตุ เทวา วะระกะนะกะมะเย เมรุราเช วะสันโต สันโต สันโต สะเหตุง มุนิวะระวะจะนัง โสตุมัคคัง สะมัคคังฯ

    สัพเพสุ จักกะวาเฬสุ

ยักขา เทวา จะ พ๎รัหมุโน

ยัง อัมเหหิ กะตัง ปุญญัง 

สัพพะสัมปัตติสาธะกัง

สัพเพ ตัง อนุโมทิต๎วา

สะมัคคา สาสะเน ระตา

ปะมาทะระหิตา โหนตุ 

อารักขาสุ วิเสสะโต

สาสะนัสสะ จะ โลกัสสะ

วุฑฒี ภะวะตุ สัพพะทา

สาสะนัมปิ จะ โลกัญจะ 

เทวา รักขันตุ สัพพะทา

สัทธิง โหนตุ สุขี สัพเพ

ปะริวาเรหิ อัตตะโน

อะนีฆา สุมะนา โหนตุ

สะหะ สัพเพหิ ญาติภิฯ

คำแปล

    ขออัญเชิญเทวดาทั้งหลาย ทั้งภุมมเทวดาและมิใช่ภุมมเทวดาซึ่งเป็นผู้มีจิตใจสงบ มีสรณตรัยเป็นสรณะ ขวนขวายที่จะถือสิ่งที่เป็นประโยชน์อยู่ตลอดกาลทุกเมื่อ ในโลกนี้และในโลกอื่น รวมทั้งเทวดาทั้งหลายที่เป็นสัตตบุรุษผู้สงบซึ่งสถิต ณ ภูเขาเมรุราชอันล้วนด้วยทอง
ที่ประเสริฐ จงมาพร้อมเพรียงกันฟังพระดำรัสของพระมุนีเจ้าผู้ประเสริฐซึ่งเป็นคำล้ำเลิศประกอบด้วยเหตุผลเถิด
    ขอบรรดายักษ์ เทวดา และพรหมทั้งหลายทั่วทุกสากลจักรวาลจงพร้อมใจกันอนุโมทนาบุญ ที่ให้สำเร็จสมบัติทั้งปวงที่พวกข้าพเจ้าได้กระทำแล้ว จงยินดีในพระศาสนา อย่าได้ประมาท โดยเฉพาะในการคุ้มครองรักษา
    ขอความเจริญจงมีแก่พระศาสนาและชาวโลกตลอดกาลทุกเมื่อ ขอเหล่าเทวดาจงคุ้มครอง รักษาพระศาสนาและชาวโลกตลอดกาล ทุกเมื่อเถิด
    ขอทุกท่านพร้อมทั้งบริวารของตน จงมีความสุข อย่าได้มีทุกข์ มีจิตใจสบาย พร้อมกับหมู่ญาติเถิด

บทขัดมังคะละสูตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    ยัญจะ ท๎วาทะสะ วัสสานิ 

จินตะยิงสุ สะเทวะกา

จิรัสสัง จินตะยันตาปิ 

เนวะ ชานิงสุ มังคะลัง

จักกะวาฬะสะหัสเสสุ 

ทะสะสุ เยนะ ตัตตะกัง

กาลัง โกลาหะลัง ชาตัง 

ยาวะ พ๎รัหมะนิเวสะนา

ยัง โลกะนาโถ เทเสสิ 

สัพพะปาปะวินาสะนัง

ยัง สุต๎วา สัพพะทุกเขหิ 

มุจจันตาสังขิยา นะรา

เอวะมาทิคุณูเปตัง 

มังคะลันตัมภะณามะ เหฯ

คำแปล

    มนุษย์พร้อมทั้งเทวดา พากันคิดหามงคลมาตลอดเวลา ๑๒ ปี แม้คิดหากันอยู่เป็นเวลาช้านาน ก็ยังไม่รู้มงคลใดเลย ตลอดเวลานั้น ได้เกิดโกลาหลไปทั่วหมื่นจักรวาลจนถึงพรหมโลก พระโลกนาถทรงแสดงมงคลใดอันเป็นเครื่องบำบัดบาปทั้งปวง นรชนทั้งหลายนับไม่ถ้วน ครั้นฟังมงคลใดแล้วจะพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ เราทั้งหลายจะสวดมงคลนั้น อันประกอบด้วยคุณมีอาทิดังกล่าวนี้

มังคะละสูตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    เอวัมเม สุตังฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเมฯ อะถะ โข อัญญะตะรา เทวะตา อะภิกกันตายะ รัตติยา อะภิกกันตะวัณณา เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสต๎วา เยนะ ภะคะวา เตนุปะสังกะมิ อุปะสังกะมิต๎วา ภะคะวันตัง อะภิวาเทต๎วา เอกะมันตัง อัฏฐาสิฯ เอกะมันตัง ฐิตา โข สา เทวะตา ภะคะวันตัง คาถายะ อัชฌะภาสิฯ

    พะหู เทวา มะนุสสา จะ 

มังคะลานิ อะจินตะยุง

อากังขะมานา โสตถานัง พ๎รูหิ 

มังคะละมุตตะมังฯ

    อะเสวะนา จะ พาลานัง 

ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา

ปูชา จะ ปูชะนียานัง 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ 

ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา

อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ 

วินะโย จะ สุสิกขิโต

สุภาสิตา จะ ยา วาจา 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

มาตาปิตุอุปัฏฐานัง 

ปุตตะทารัสสะ สังคะโห

อะนากุลา จะ กัมมันตา 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ 

ญาตะกานัญจะ สังคะโห

อะนะวัชชานิ กัมมานิ 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

อาระตี วีระตี ปาปา 

มัชชะปานา จะ สัญญะโม

อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

คาระโว จะ นิวาโต จะ 

สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา

กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ขันตี จะ โสวะจัสสะตา 

สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง

กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ตะโป จะ พ๎รัหมะจะริยัญจะ 

อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง

นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ 

จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ

อะโสกัง วิระชัง เขมัง 

เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

เอตาทิสานิ กัต๎วานะ 

สัพพัตถะมะปะราชิตา

สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ 

ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติฯ

คำแปล

    ข้าพเจ้า (พระอานนท์) สดับมาดังนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีใกล้กรุงสาวัตถี เมื่อล่วงปฐมยาม เทวดาองค์หนึ่ง มีรัศมีงดงามยิ่งนัก ทำพระเชตวันให้สว่างไสวเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า เทวดาและมนุษย์จำนวนมาก เมื่อปรารถนาความสวัสดี พากันคิดค้นหามงคลทั้งหลาย ขอพระองค์จงตรัสบอกด้วยเถิดว่า อะไรเป็นมงคลสูงสุด
(พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า)
    การไม่คบคนพาล การคบบัณฑิต การบูชาคนที่ควรบูชา นี้เป็นมงคลสูงสุด
    การอยู่ในถิ่นที่เหมาะสม ความมีความดีเป็นทุนเดิม การตั้งตนไว้ชอบ นี้เป็นมงคลสูงสุด
    ความคงแก่เรียน ความมีศิลปวิทยา ความมีวินัย วาจาสุภาษิตนี้เป็นมงคลสูงสุด
    การเลี้ยงดูมารดาบิดา การสงเคราะห์บุตร การสงเคราะห์ภรรยา
    การทำงานไม่คั่งค้าง นี้เป็นมงคลสูงสุด
    การให้ทาน การประพฤติธรรม การสงเคราะห์ญาติ การทำงานสุจริต นี้เป็นมงคลสูงสุด
    การงดเว้นจากความชั่ว การไม่ดื่มน้ำเมา ความไม่ประมาทในธรรม นี้เป็นมงคลสูงสุด
    ความเคารพ การเจียมตัว ความสันโดษ ความกตัญญู การฟังธรรมตามกาลอันเหมาะสม นี้เป็นมงคลสูงสุด
    ความอดทน ความเป็นคนว่านอนสอนง่าย การพบเห็นสมณะ การสนทนาธรรมตามกาล นี้เป็นมงคลสูงสุด
    ความเพียร การประพฤติพรหมจรรย์ การเห็นอริยสัจ การทำพระนิพพานให้แจ้ง นี้เป็นมงคลสูงสุด
    จิตของผู้ที่ถูกโลกธรรมกระทบแล้วไม่หวั่นไหว จิตไม่เศร้าโศก จิตปราศจากกิเลส จิตเกษมปลอดภัย นี้เป็นมงคลสูงสุด
    เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย กระทำมงคล ๓๘ ประการ ดังที่กล่าวมานี้แล้ว จะเป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ ในที่ทั้งปวง ย่อมถึงความสวัสดีในทุกสถานที่ ข้อนั้นเป็นมงคลสูงสุดของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเหล่านั้นดังนี้แล

บทขัดระตะนะสูตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    ปะณิธานะโต ปัฏฐายะ ตะถาคะตัสสะ ทะสะ ปาระมิโย ทะสะ อุปะปาระมิโย ทะสะ ปะระมัตถะปาระมิโยติ สะมะติงสะ ปาระมิโย ปูเรต๎วา ปัญจะ มะหาปะริจจาเค ติสโส จะริยา ปัจฉิมัพภะเว คัพภา วักกันติง ชาติง อะภินิกขะมะนัง ปะธานะจะริยัง โพธิปัลลังเก มาระ วิชะยัง สัพพัญญุตะ ญาณัปปะฏิเวธัง ธัมมะจักกัปปะวัตตะนัง นะวะ โลกุตตะระธัมเมติ สัพเพปิเม พุทธะคุเณ อาวัชชิต๎วา เวสาลิยา ตีสุ ปาการันตะเรสุ ติยามะรัตติง ปะริตตัง กะโรนโต อายัส๎มา อานันทัตเถโร วิยะ การุญญะจิตตัง อุปัฏฐะเปต๎วา

    โกฏิสะตะสะหัสเสสุ

จักกะวาเฬสุ เทวะตา

ยัสสาณัมปะฏิคคัณหันติ

ยัญจะ เวสาลิยัมปุเร

โรคามะนุสสะทุพภิกขะ 

สัมภูตันติวิธัมภะยัง

ขิปปะมันตะระธาเปสิ

ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

คำแปล

    เทวดาทั้งหลายในแสนโกฏิจักรวาล ยอมรับความศักดิ์สิทธิ์ ของปริตรใด และปริตรใดระงับภัย ๓ ประการ ที่เกิดจาก (๑) โรค (๒)อมนุษย์ (๓) ข้าวยากหมากแพง ในนครไพศาลีได้อย่างรวดเร็ว พวกเราจงตั้งจิตประกอบด้วยความกรุณาแล้วสวดปริตรนั้น เหมือนกับที่ท่าน
พระอานนท์ได้ระลึกถึงพระพุทธคุณทั้งหลายของพระตถาคต ตั้งแต่ทรงปรารถนาพระโพธิญาณ คือ ทรงบำเพ็ญพระบารมี ๑๐ พระอุปบารมี ๑๐ พระปรมัตถบารมี ๑๐ ให้บริบูรณ์ครบพระบารมี ๓๐ ถ้วน ทรงบำเพ็ญมหาบริจาค ๕ ประการ จริยา ๓ ประการ การเสด็จลงสู่พระครรภ์ในภพสุดท้าย ประสูติ การเสด็จมหาภิเนษกรมณ์ การทรงบำเพ็ญความเพียรการชนะมาร แล้วตรัสรู้พระสัพพัญญุตญาณ ณ โพธิบัลลังก์ การแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และโลกุตตรธรรม ๙ ประการ แม้ทั้งปวงเหล่านี้แล้วสวดปริตรทั้งคืนตลอด ๓ ยาม ในระหว่างกำแพง ๓ ชั้นของนครไพศาลี ฉะนั้นเถิด

ระตะนะสูตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ
ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข
สัพเพวะ ภูตา สุมะนา ภะวันตุ
อะโถปิ สักกัจจะ สุณันตุ ภาสิตัง
ตัส๎มา หิ ภูตา นิสาเมถะ สัพเพ
เมตตัง กะโรถะ มานุสิยา ปะชายะ
ทิวา จะ รัตโต จะ หะรันติ เย พะลิง
ตัส๎มา หิ เน รักขะถะ อัปปะมัตตาฯ
    ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา
สัคเคสุ วา ยัง ระตะนัง ปะณีตัง
นะ โน สะมัง อัตถิ ตะถาคะเตนะ
อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ
    ขะยัง วิราคัง อะมะตัง ปะณีตัง
ยะทัชฌะคา สัก๎ยะมุนี สะมาหิโต
นะ เตนะ ธัมเมนะ สะมัตถิ กิญจิ
อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ
    ยัมพุทธะเสฏโฐ ปะริวัณณะยี สุจิง
สะมาธิมานันตะริกัญญะมาหุ
สะมาธินา เตนะ สะโม นะ วิชชะติ
อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ
    เย ปุคคะลา อัฏฐะ สะตัง ปะสัฏฐา
จัตตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนติ
เต ทักขิเณยยา สุคะตัสสะ สาวะกา
เอเตสุ ทินนานิ มะหัปผะลานิ
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ
    เย สุปปะยุตตา มะนะสา ทัฬ๎เหนะ
นิกกามิโน โคตะมะสาสะนัมหิ
เต ปัตติปัตตา อะมะตัง วิคัยหะ
ลัทธา มุธา นิพพุติง ภุญชะมานา
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ
    ยะถินทะขีโล ปะฐะวิง สิโต สิยา
จะตุพภิ วาเตภิ อะสัมปะกัมปิโย
ตะถูปะมัง สัปปุริสัง วะทามิ
โย อะริยะสัจจานิ อะเวจจะ ปัสสะติ
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ
    เย อะริยะสัจจานิ วิภาวะยันติ
คัมภีระปัญเญนะ สุเทสิตานิ
กิญจาปิ เต โหนติ ภุสัปปะมัตตา
นะ เต ภะวัง อัฏฐะมะมาทิยันติ
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ
    สะหาวัสสะ ทัสสะนะสัมปะทายะ
ตะยัสสุ ธัมมา ชะหิตา ภะวันติ
สักกายะทิฏฐิ วิจิกิจฉิตัญจะ
สีลัพพะตัง วาปิ ยะทัตถิ กิญจิ
จะตูหะปาเยหิ จะ วิปปะมุตโต
ฉะ จาภิฐานานิ อะภัพโพ กาตุง
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ
    กิญจาปิ โส กัมมัง กะโรติ ปาปะกัง
กาเยนะ วาจายุทะ เจตะสา วา
อะภัพโพ โส ตัสสะ ปะฏิจฉะทายะ
อะภัพพะตา ทิฏฐะปะทัสสะ วุตตา
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ
    วะนัปปะคุมเพ ยะถา ผุสสิตัคเค
คิมหานะมาเส ปะฐะมัส๎มิง คิมเห
ตะถูปะมัง ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ
นิพพานะคามิง ปะระมัง หิตายะ
อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ
    วะโร วะรัญญู วะระโท วะราหะโร
อะนุตตะโร ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ
อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ
    ขีณัง ปุราณัง นะวัง นัตถิ สัมภะวัง
วิรัตตะจิตตายะติเก ภะวัส๎มิง
เต ขีณะพีชา อะวิรุฬ๎หิฉันทา
นิพพันติ ธีรา ยะถายัมปะทีโป
อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง
เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุฯ

คำแปล

    (พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า) ภูตทั้งหลาย ทั้งที่อยู่บนพื้นดินและในอากาศ ที่มาประชุมกัน ณ ที่นี้ จงมีน้ำใจอันดี เชิญสดับคำกล่าวต่อไปนี้โดยเคารพ
    ภูตทั้งหลายเอย พวกท่านจงฟัง จงสร้างมิตรไมตรีกับมนุษย์ทั้งหลาย พวกมนุษย์เหล่าใดนำพลีกรรมมาบวงสรวงในกลางวันและกลางคืน ท่านทั้งหลายจงรักษาคุ้มครองมนุษย์เหล่านั้น โดยไม่ประมาท
    ทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรัตนะประณีตอันใดในโลกนี้และโลกอื่น หรือในสรวงสวรรค์ทุกชั้น ทรัพย์หรือรัตนะนั้นจะเสมอเหมือนพระตถาคตไม่มีเลย รัตนะคือพระพุทธเจ้า เป็นของประณีตเช่นนี้ ด้วยสัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี
     พระธรรมใดที่ปราศจากกิเลส ปราศจากราคะ เป็นอมตะ ประณีตที่พระศากยมุนีพุทธเจ้าทรงมีจิตเป็นสมาธิบรรลุแล้ว พระธรรมนั้นหามีสิ่งใดๆ เสมอเหมือนไม่ รัตนะคือพระธรรม เป็นของประณีตเช่นนี้ ด้วยสัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี
    สมาธิใดที่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐตรัสสรรเสริญว่าเป็นอานันตริกสมาธิ หามีสมาธิอื่นใดเสมอเหมือนไม่ รัตนะคือพระธรรม เป็นของประณีตเช่นนี้ ด้วยสัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี
    พระอริยบุคคล ๘ ที่สัตบุรุษสรรเสริญ จัดเป็น ๔ คู่ ท่านเหล่านั้น เป็นสาวกของพระสุคตเจ้า ควรแก่การทำบุญ ทานที่ถวายแด่พระอริยบุคคล ๘ นั้น มีผลมาก รัตนะคือพระสงฆ์ เป็นของประณีตเช่นนี้ ด้วยสัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี
    พระอริยบุคคลเหล่าใดในศาสนาของพระโคตมพุทธเจ้า มีความขยันขวนขวายด้วยดี มีจิตมั่นด้วยสมาธิ ไม่มีความใคร่ พระอริยบุคคล เหล่านั้นได้บรรลุอรหัต บรรลุอมตธรรม ได้เสวยความดับกิเลสโดยเปล่าๆ (โดยไม่ต้องซื้อหา) รัตนะคือพระสงฆ์ เป็นของประณีตเช่นนี้ ด้วย  สัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี
    สัตบุรุษ (คือพระโสดาบัน) ผู้หยั่งรู้อริยสัจ เราตถาคตกล่าวว่า เป็นผู้มีความเห็นไม่คลอนแคลน ดุจดังเสาหลักเมืองที่ฝังลงดินลึก ลมพัดมาจากทิศทั้ง ๔ ไม่อาจทำให้ขยับเขยื้อนได้ฉะนั้น รัตนะคือพระสงฆ์ เป็นของประณีตเช่นนี้ ด้วยสัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี
    พระอริยบุคคลผู้เห็นแจ้งอริยสัจ ๔ ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้ว แม้จะยังเป็นผู้ประมาทโดยมาก ย่อมมาเกิดอีกอย่างมาก ๗ ชาติ รัตนะ คือพระสงฆ์ เป็นของประณีตเช่นนี้ ด้วยสัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี
    พร้อมกับการบรรลุโสดาปัตติมรรค พระโสดาบันละสังโยชน์ได้ ๓ ประการ คือ สักกายทิฐิ (ความยึดมั่นในตัวตน) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) สีลัพพตปรามาส (ความยึดมั่นในศีลและพรต) เป็นผู้พ้นจากอบาย ๔ (คือ นรก เปรต อสุรกาย กำเนิดสัตว์เดรัจฉาน) และไม่ทำอนันตริยกรรม ๖ (คือ ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนพระโลหิตห้อขึ้น ทำสงฆ์ให้แตกกัน และไปนับถือศาสนาอื่น) รัตนะคือพระสงฆ์ เป็นของประณีตเช่นนี้ ด้วยสัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี
    พระโสดาบัน แม้จะทำชั่วด้วยกาย วาจา หรือใจอยู่บ้างก็จะไม่ปิดบังกรรมชั่วที่ทำ ไว้ เพราะเป็นผู้เห็นทางพระนิพพานแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่อาจปิดบังกรรมชั่วของตนไว้ได้ รัตนะคือพระสงฆ์ เป็นของประณีตเช่นนี้ ด้วยสัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี
    พุ่มไม้ใหญ่ในป่า ผลิดอกออกใบ แตกกิ่งก้านงามในเดือน ๕ ของฤดูร้อนฉันใด พระตถาคตทรงแสดงพระธรรมอันประเสริฐให้แตกกิ่งก้านสาขา ชี้ทางนำไปสู่พระนิพพานเพื่อประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลายฉันนั้น รัตนะคือพระสงฆ์ เป็นของประณีตเช่นนี้ ด้วยสัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี
    พระตถาคตผู้ประเสริฐ ผู้รู้พระนิพพานอันประเสริฐ ผู้ให้ธรรมอันประเสริฐ ผู้นำมาซึ่งมรรคอันประเสริฐ ไม่มีผู้อื่นประเสริฐกว่า ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ รัตนะคือพระพุทธเจ้า เป็นของประณีตเช่นนี้ด้วยสัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี
    อริยบุคคลเหล่าใด มีกรรมเก่าสิ้นแล้ว กรรมใหม่จะให้เกิดอีกครั้งหนึ่งก็ไม่มี มีจิตปราศจากความกำหนัดยินดีในภพต่อไป พระอริยบุคคลเหล่านั้นสิ้นเงื่อนไขที่จะให้เกิดอีกแล้ว ไม่มีฉันทะที่เป็นเชื้อให้งอกงามได้อีก เป็นผู้มีปัญญาดับสนิทเหมือนดวงประทีปดวงนี้ รัตนะคือ
พระสงฆ์ เป็นของประณีตเช่นนี้ ด้วยสัจจะข้อนี้ ขอความสวัสดีจงมี

บทขัดกะระณียะเมตตะสูตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    ยัสสานุภาวะโต ยักขา

เนวะ ทัสเสนติ ภิงสะนัง

ยัมหิ เจวานุยุญชันโต

รัตตินทิวะมะตันทิโต

สุขัง สุปะติ สุตโต จะ

ปาปัง กิญจิ นะ ปัสสะติ

เอวะมาทิคุณูเปตัง

ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

คำแปล

    ด้วยอานุภาพแห่งปริตรใด พวกยักษ์ไม่แสดงอารมณ์อันน่าสะพรึงกลัว และบุคคลไม่เกียจคร้าน เจริญปริตรใดเนืองๆ ทั้งกลางวันกลางคืน ย่อมหลับเป็นสุข ที่หลับแล้วก็จะไม่ฝันเห็นสิ่งไม่ดีอะไรๆ พวกเราจงสวดปริตรอันประกอบด้วยคุณดังที่กล่าวมาเป็นต้นนั้นกันเถิด

กะระณียะเมตตะสูตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ 

ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ

สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ 

สุวะโจ จัสสะ มุทะ อะนะติมานี

สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ 

อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ

สันตินท๎ริโย จะ นิปะโก จะ 

อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ

นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ 

เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง

สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ 

สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา

เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ 

ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา

ทีฆา วา เย มะหันตา วา 

มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา

ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา 

เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร

ภูเต วา สัมภเวสี วา 

สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา

นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ 

นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ

พ๎ยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา 

นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ

มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง 

อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข

เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ 

มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง

    เมตตัญจะ สัพพะโลกัส๎มิง 

มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง

อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ

อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง

ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา 

สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ

เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ 

พ๎รัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา 

ทัสสะเนนะ สัมปันโน

กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง

นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติฯ

คำแปล

    กิจที่คนฉลาดในสิ่งที่มีประโยชน์ และมุ่งหมายจะบรรลุทางสงบจะพึงทำก็คือ เป็นคนกล้า ซื่อตรง ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง สันโดษ เลี้ยงง่าย มีภารกิจน้อย คล่องตัว ระมัดระวังการแสดงออก รู้ตัว ไม่คะนอง ไม่คลุกคลีในตระกูลทั้งหลาย ไม่ประพฤติสิ่งที่วิญญูชนตำหนิติเตียนได้ พึงแผ่เมตตาจิตว่า ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุขกายสบายใจ
มีความเกษมสำราญเถิด
    ขอสัตว์ทั้งหลายบรรดามี ที่เป็นสัตว์ลำตัวอ่อนหรือลำตัวแข็งก็ตาม เป็นสัตว์มีลำตัวยาวหรือลำตัวใหญ่ก็ตาม มีลำตัวปานกลางหรือลำตัวสั้นก็ตาม ลำตัวเล็กหรือลำตัวโตก็ตาม ที่มองเห็นหรือมองไม่เห็นก็ตาม ที่อยู่ไกลหรืออยู่ใกล้ก็ตาม ที่เกิดแล้วหรือกำลังหาที่เกิดอยู่ก็ตาม ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงนั้นจงสุขกายสบายใจเถิด
    บุคคลไม่พึงหลอกลวงผู้อื่น ไม่พึงดูหมิ่นเหยียดหยามใครๆ ไม่พึงมุ่งร้ายต่อกันและกัน เพราะมีความขุ่นเคืองโกรธแค้นกันคนเราพึงแผ่ความรักความเมตตาไปยังสัตว์ทั้งหลายหาประมาณมิได้ ดุจดังมารดาถนอมและปกป้องบุตรสุดที่รักคนเดียวด้วยชีวิตฉะนั้น
    พึงแผ่เมตตาจิตไม่มีขอบเขต ไม่คิดผูกเวร ไม่เป็นศัตรูอันหา ประมาณไม่ได้ ไปยังสัตว์โลกทั้งปวงทั่วทุกสารทิศ ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ตลอดเวลา ที่ตนยังตื่นอยู่ พึงตั้งสติอันประกอบไปด้วยเมตตาจิตนี้ให้มั่นไว้ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า การอยู่ด้วยเมตตานี้เป็นพรหมวิหาร (การอยู่อย่างประเสริฐ)
    ท่านผู้เจริญเมตตาจิตที่ละความเห็นผิดแล้ว มีศีล มีความเห็นชอบ ขจัดความใคร่ในกามได้ ก็จะไม่กลับมาเกิดอีกเป็นแน่แท้

บทขัดขันธะปะริตตะคาถา

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    สัพพาสีวิสะชาตีนัง

ทิพพะมันตาคะทัง วิยะ

ยันนาเสติ วิสัง โฆรัง

เสสัญจาปิ ปะริสสะยัง

อาณักเขตตัมหิ สัพพัตถะ

สัพพะทา สัพพะปาณินัง

สัพพะโสปิ นิวาเรติ 

ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

คำแปล

    ปริตรใดขจัดพิษร้ายของสัตว์ชาติอสรพิษทุกชนิดได้ ดังเช่นทิพมนต์ และทิพโอสถ รวมทั้งป้องกันอันตรายนอกจากนั้นของสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงได้ แม้โดยประการทั้งปวง ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ ในขอบเขตแห่งอำนาจปริตร ขอพวกเราจงสวดปริตรนั้นกันเถิด

ขันธะปะริตตะคาถา

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    วิรูปักเขหิ เม เมตตัง 

เมตตัง เอราปะเถหิ เม

ฉัพ๎ยาปุตเตหิ เม เมตตัง 

เมตตัง กัณหาโคตะมะเกหิ จะ

อะปาทะเกหิ เม เมตตัง 

เมตตัง ทิปาทะเกหิ เม

จะตุปปะเทหิ เม เมตตัง 

เมตตัง พะหุปปะเทหิ เม

    มา มัง อะปาทะโก หิงสิ 

มา มัง หิงสิ ทิปาทะโก

มา มัง จะตุปปะโท หิงสิ 

มา มัง หิงสิ พะหุปปะโท

สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณา 

สัพเพ ภูตา จะ เกวะลา

สัพเพ ภัท๎รานิ ปัสสันตุ 

มา กิญจิ ปาปะมาคะมา

    อัปปะมาโณ พุทโธ อัปปะมาโณ ธัมโม อัปปะมาโณ สังโฆ ปะมาณะ วันตานิ สิริงสะปานิอะหิวิจฉิกาสะตะปะทีอุณณานาภีสะระพู มูสิกา กะตา เม รักขา กะตา เม ปะริตตา ปะฏิกกะมันตุ ภูตานิ โสหัง นะโม ภะคะวะโต นะโม สัตตันนัง สัมมาสัมพุทธานังฯ

คำแปล

    ข้าพเจ้าขอแผ่เมตตาให้แก่ตระกูลพญางูวิรูปักข์ ตระกูลพญางูเอราบัถ ตระกูลพญางูฉัพยาบุตร และตระกูลพญางูกัณหาโคตมกะ
    ข้าพเจ้าขอแผ่เมตตาไปยังสัตว์ที่ไม่มีเท้า สัตว์สองเท้า สัตว์สี่เท้าและสัตว์มากเท้า
    ขอสัตว์ที่ไม่มีเท้า สัตว์สองเท้า สัตว์สี่เท้า และสัตว์มากเท้าทั้งหลาย อย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้า
    ขอบุคคลและสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาแล้วทั้งสิ้น จงพบแต่สิ่งที่เจริญดีงามถ้วนทั่วทุกตัวตน สิ่งชั่วร้ายใดๆ จงอย่าได้แผ้วพานเลย
    พระพุทธเจ้าทรงมีพระคุณหาประมาณมิได้ พระธรรมมีพระคุณหาประมาณมิได้ พระสงฆ์มีพระคุณหาประมาณมิได้ สัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย คือ งู แมงป่อง ตะขาบ แมงมุม ตุ๊กแก หนู มีประมาณนับได้
    ข้าพเจ้าได้ทำการคุ้มครองป้องกันไว้แล้ว ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงหลีกไปเถิด ด้วยข้าพเจ้า ได้เคารพนบนอบแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์แล้ว

พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะ สัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะ มะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ
    ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติฯ
    สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญัก เขตตัง โลกัสสาติฯ

คำแปล

    ก็เกียรติศักดิ์อันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นแล ฟุ้งเฟื่องไปดังนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ควรไหว้ควรบูชา เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้ฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม ดังนี้
    พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นของอันบุคคลพึงเห็นเอง เป็นของไม่มีกาลเวลา เป็นของจะร้องเรียกผู้อื่นให้มาดูได้ เป็นของอันบุคคลพึงน้อมเข้ามาใส่ใจ เป็นของอันวิญญูชนทั้งหลายพึงรู้เฉพาะตัว ดังนี้
    พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติถูกแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติชอบแล้ว คือ คู่แห่งบุรุษทั้งหลาย ๔ บุรุษ
บุคคลทั้งหลาย ๘ นี่พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านเป็นผู้ควรสักการะที่เขานำมาบูชา ท่านเป็นผู้ควรขอต้อนรับ ท่านเป็นผู้ควรทักษิณาทาน ท่านเป็นผู้ควรอัญชลีกรรม ท่านเป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาอื่นยิ่งกว่า ดังนี้

บทขัดโมระปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    ปูเรนตัมโพธิสัมภาเร 

นิพพัตตัง โมระโยนิยัง

เยนะ สังวิหิตารักขัง 

มะหาสัตตัง วะเนจะรา

จิรัสสัง วายะมันตาปิ 

เนวะ สักขิงสุ คัณหิตุง

พ๎รัหมะมันตันติ อักขาตัง

ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

คำแปล

    พรานป่าทั้งหลาย แม้จะพยายามอยู่ช้านาน ก็ไม่สามารถจับพระมหาสัตว์ผู้ถือกำเนิดเป็นนกยูง บำเพ็ญโพธิสมภาร จัดการป้องกันตนเองเป็นอย่างดีด้วยการสาธยายปริตรใด ขอพวกเราจงสวดปริตรนั้นที่เรียกว่า พรหมมนต์ กันเถิด

โมระปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา
หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง
    ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง.
เย พ๎ราห๎มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ
นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา.
อิมัง โส ปะริตตัง กัต๎วา โมโร จะระติ เอสะนา.
อะเปตะยัญจักขุมา เอกะราชา
หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง
    ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง.
เย พ๎ราห๎มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ
นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา.
อิมัง โส ปะริตตัง กัต๎วา โมโร วาสะมะกัปปะยีติ

คำแปล

    ดวงตาของโลก เป็นเจ้าแห่งแสงสว่างอย่างเอก มีรัศมีงามดังทองสว่างไสวทั่วปฐพี กำลังอุทัยขึ้นมา เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์ที่มีรัศมีงามดังทอง สว่างไสวนั้น วันนี้ ข้าพเจ้าได้รับการคุ้มครองจากท่านแล้ว จึงอยู่เป็นสุขตลอดวัน
    พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้รู้จบธรรมทั้งปวง ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น และขอพระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น จงคุ้มครองข้าพเจ้าด้วย ขอนอบน้อมพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอนอบน้อมพระปัญญาตรัสรู้ของพระองค์ ขอนอบน้อมผู้หลุดพ้นแล้วทั้งหลายและขอนอบน้อมความหลุดพ้นของท่านเหล่านั้น นกยูงนั้นร่ายปริตรนี้แล้วจึงไปเที่ยวหาอาหาร
    ดวงตาของโลก เป็นเจ้าแห่งแสงสว่างอย่างเอก มีรัศมีงามดังทองสว่างไสวทั่วปฐพี กำลังอัสดงคต เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์ที่มีรัศมีงามดังทอง สว่างไสวทั่วปฐพีนั้น วันนี้ข้าพเจ้าได้รับการคุ้มครองจากท่านแล้ว จึงอยู่เป็นสุขตลอดคืน
    พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้รู้จบธรรมทั้งปวง ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น และขอพระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นจงคุ้มครองข้าพเจ้าด้วย ขอนอบน้อมพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอนอบน้อมพระปัญญาตรัสรู้ของพระองค์ ขอนอบน้อมผู้หลุดพ้นแล้วทั้งหลาย และขอนอบน้อมความหลุดพ้นของท่านเหล่านั้น นกยูงนั้นร่ายปริตรนี้แล้ว
จึงได้กลับที่อยู่อาศัย

บทขัดวัฏฏะกะปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    ปูเรนตัมโพธิสัมภาเร 

นิพพัตตัง วัฏฏะชาติยัง

ยัสสะ เตเชนะ ทาวัคคิ 

มะหาสัตตัง วิวัชชะยิ

เถรัสสะ สาริปุตตัสสะ 

โลกะนาเถนะ ภาสิตัง

กัปปัฏฐายิมะหาเตชัง

ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

คำแปล

    ไฟป่าได้เว้นที่ไว้ให้พระโพธิสัตว์ซึ่งถือกำเนิดเป็นนกคุ่มผู้กำลังบำเพ็ญบารมีเสริมสร้างพระโพธิญาณด้วยเดชของปริตรใด พวกเราจงสวดปริตรนั้นซึ่งมีเดชมากมายตั้งอยู่ตลอดกัลป์ที่พระโลกนาถตรัสไว้แก่พระสารีบุตรเถระเถิด

วัฏฏะกะปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    อัตถิ โลเก สีละคุโณ

สัจจัง โสเจยยะนุททะยา

เตนะ สัจเจนะ กาหามิ 

สัจจะกิริยะมะนุตตะรัง

อาวัชชิต๎วา ธัมมะพะลัง 

สะริต๎วา ปุพพะเก ชิเน

สัจจะพะละมะวัสสายะ

สัจจะกิริยะมะกาสะหัง.

สันติ ปักขา อะปัตตะนา 

สันติ ปาทา อะวัญจะนา

มาตา ปิตา จะ นิกขันตา 

ชาตะเวทะ ปะฏิกกะมะ.

สะหะ สัจเจ กะเต มัยหัง 

มะหาปัชชะลิโต สิขี

วัชเชสิ โสฬะสะ กะรีสานิ 

อุทะกัง ปัต๎วา ยะถา สิขี.

สัจเจนะ เม สะโม นัตถิ 

เอสา เม สัจจะปาระมีติ.

คำแปล

    คุณคือศีล สัจจะ ชีวิตที่สะอาด และความเอ็นดู มีอยู่ในโลกด้วยสัจจะข้อนั้น เราจักทำสัจกิริยาอันยอดเยี่ยม
    เราขอระลึกถึงพลานุภาพของพระธรรม ขอระลึกถึงพระชินเจ้าซึ่งมีอยู่ในปางก่อน แล้วอาศัยกำลังของสัจจะ (ที่มีในตัว) ทำสัจกิริยา (๓ ประการ คือ)
    (๑) ปีกทั้งสองมีอยู่ แต่เราบินไม่ได้ (๒) เท้าทั้งสองก็มีอยู่ แต่เราเดินไม่ได้ (๓) พ่อแม่ก็บินหนีออกไปเสียแล้ว อัคคีเอ๋ย จงถอยกลับไปเสียเถิด
    ทันทีที่เราได้ทำสัจจะ เปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงชัชวาล ได้เว้นที่ไว้ ๑๖ กรีส (ประมาณ ๓๑ วา) (ดับไป) เหมือนเปลวไฟตกมาถึงน้ำแล้วดับลงฉะนั้น
    ไม่มีสิ่งใดเสมอด้วยสัจจะของเรา นี้คือสัจบารมีของเรา (ตถาคต)

บทขัดอังคุลิมาละปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    ปะริตตัง ยัมภะณันตัสสะ

นิสินนัฏฐานะโธวะนัง

อุทะกัมปิ วินาเสติ

สัพพะเมวะ ปะริสสะยัง

โสตถินา คัพภะวุฏฐานัง 

ยัญจะ สาเธติ ตังขะเณ

เถรัสสังคุลิมาลัสสะ

โลกะนาเถนะ ภาสิตัง

กัปปัฏฐายิ มะหาเตชัง

ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

คำแปล

    แม้น้ำล้างที่นั่งของพระองคุลิมาลผู้ที่กล่าวปริตรใดยังกำจัดอันตรายทั้งปวงได้ และปริตรใดที่พระโลกนาถตรัสประทานแก่พระองคุลิมาลเถระทำให้การคลอดลูกสำเร็จได้โดยสวัสดีในทันทีทันใด พวกเราจงสวดปริตรนั้นอันมีเดชมากตั้งอยู่ตลอดกัลป์กันเถิด

อังคุลิมาละปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต, นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา, เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ, โสตถิ คัพภัสสะ.
    ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต, นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา, เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ, โสตถิ คัพภัสสะ.
    ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต, นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา, เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ, โสตถิ คัพภัสสะ.

คำแปล

    น้องหญิง จำเดิมแต่อาตมาเกิดโดยอริยชาติแล้ว มิได้รู้สึกจงใจปลงชีวิตสัตว์เลย ด้วยสัจจะนั้น ขอความสวัสดีจงมีแก่น้องหญิง ขอความสวัสดีจงมีแก่บุตรในครรภ์ของน้องหญิงด้วยเถิด
    น้องหญิง จำเดิมแต่อาตมาเกิดโดยอริยชาติแล้ว มิได้รู้สึกจงใจปลงชีวิตสัตว์เลย ด้วยสัจจะนั้น ขอความสวัสดีจงมีแก่น้องหญิง ขอความสวัสดีจงมีแก่บุตรในครรภ์ของน้องหญิงด้วยเถิด
    น้องหญิง จำเดิมแต่อาตมาเกิดโดยอริยชาติแล้ว มิได้รู้สึกจงใจปลงชีวิตสัตว์เลย ด้วยสัจจะนั้น ขอความสวัสดีจงมีแก่น้องหญิง ขอความสวัสดีจงมีแก่บุตรในครรภ์ของน้องหญิงด้วยเถิด

บทขัดโพชฌังคะปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    สังสาเร สังสะรันตานัง 

สัพพะทุกขะวินาสะเน

สัตตะธัมเม จะ โพชฌังเค 

มาระเสนัปปะมัททิโน

พุชฌิต๎วา เยปิเม สัตตา 

ติภะวามุตตะกุตตะมา

อะชาติง อะชะราพยาธิง 

อะมะตัง นิพภะยัง คะตา

เอวะมาทิคุณูเปตัง 

อะเนกะคุณะสังคะหัง

โอสะถัญจะ อิมัง มันตัง 

โพชฌังคันตัมภะณามะ เหฯ

คำแปล

    สัตว์ทั้งหลายรู้โพชฌงคธรรม ๗ ประการ อันเป็นเครื่องบำบัดทุกข์ทั้งปวงของเหล่าสัตว์ผู้ท่องเที่ยวในสังสารวัฏ และอันกำจัดมารและเสนามาร จึงเป็นผู้หลุดพ้นอย่างยอดเยี่ยมจากภพทั้ง ๓ ได้ บรรลุพระนิพพานอันไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย ไม่มีภัย พวกเราจงสวดโพชฌงค์นั้นอันประกอบด้วยคุณมีอาทิดังกล่าวมาแล้วนี้ ซึ่งเป็นทั้งโอสถและมนต์ที่รวบรวมสรรพคุณเป็นอเนกกันเถิด

โพชฌังคะปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    โพชฌังโค สะติสังขาโต

ธัมมานัง วิจะโย ตะถา

วิริยัมปีติปัสสัทธิ- 

โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร

สะมาธุเปกขะโพชฌังคา 

สัตเตเต สัพพะทัสสินา

มุนินา สัมมะทักขาตา 

ภาวิตา พะหุลีกะตา

สังวัตตันติ อะภิญญายะ

นิพพานายะ จะ โพธิยา

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ 

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

    เอกัส๎มิง สะมะเย นาโถ 

โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง

คิลาเน ทุกขิเต ทิส๎วา 

โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ

เต จะ ตัง อะภินันทิต๎วา 

โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

    เอกะทา ธัมมะราชาปิ 

เคลัญเญนาภิปีฬิโต

จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ

ภะณาเปต๎วานะ สาทะรัง

สัมโมทิต๎วา จะ อาพาธา 

ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ 

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

    ปะหีนา เต จะ อาพาธา 

ติณณันนัมปิ มะเหสินัง

มัคคาหะตะกิเลสา วะ

ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

คำแปล

    โพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์และอุเบกขาสัมโพชฌงค์ เป็นธรรมที่พระมุนีผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้แล้วโดยชอบ บุคคลทำให้เกิดแล้ว ทำให้มากยิ่งขึ้นแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ และเพื่อพระนิพพาน ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อเถิด
    สมัยหนึ่ง พระโลกนาถทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะและพระกัสสปะอาพาธ ได้รับความลำบาก พระองค์ทรงแสดงโพชฌงค์ ๗ ประการ (ให้ฟัง) ท่านทั้งสองต่างชื่นชมพระธรรมเทศนานั้น หายจากอาพาธในทันที ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่าน
ในกาลทุกเมื่อเถิด
    แม้แต่พระธรรมราชาเอง ครั้งหนึ่ง ทรงพระประชวรเป็นไข้ ได้ตรัสให้พระจุนทเถระสวดโพชฌงค์นั้นถวายโดยความเคารพ พระพุทธองค์ทรงบันเทิงพระหทัย ทรงหายจากโรคาพาธนั้นโดยพลัน ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อเถิด
    อาพาธทั้งหลายของท่านผู้แสวงหาพระคุณใหญ่แม้ทั้ง ๓ องค์นั้นหายแล้ว ดุจดังกิเลสที่อริยมรรคกำจัดได้แล้ว ได้ถึงความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอควาสวัสดีจงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อเถิด

บทขัดอะภะยะปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    ปุญญะลาภัง มะหาเตชัง

วัณณะกิตติมะหายะสัง

สัพพะสัตตะหิตัง ชาตัง

ตัง สุณันตุ อะเสสะโต

อัตตัปปะระหิตัง ชาตัง

ปะริตตันตัมภะณามะ เสฯ

คำแปล

    ขอสาธุชนจงฟังปริตรอันได้บุญ มีเดชมาก มีคุณ มีเกียรติ และมียศอันยิ่งใหญ่ เป็นประโยชน์เกื้อกูล แก่สัตว์ทั้งปวง พวกเราจงสวดปริตรนั้นอันเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนเอง และผู้อื่นกันเถิด

อะภะยะปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ
โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง
พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ
    ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ
โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง
ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ
    ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ
โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง
สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ

คำแปล

    ขอลางร้าย สิ่งอวมงคล เสียงนกที่ไม่พึงพอใจ บาปเคราะห์และฝันร้าย จงพินาศไป ด้วยพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพเถิด

บทขัดอาฏานาฏิยะปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    อัปปะสันเนหิ นาถัสสะ

สาสะเน สาธุสัมมะเต

อะมะนุสเสหิ จัณเฑหิ 

สะทา กิพพิสะการิภิ

ปะริสานัญจะตัสสันนะ 

มะหิงสายะ จะ คุตติยา

ยันเทเสสิ มะหาวีโร

ปะริตตันตัมภะณามะ เหฯ

คำแปล

    พระพุทธเจ้าเป็นมหาวีรบุรุษ ทรงแสดงปริตรใดเพื่อคุ้มครองบริษัท ๔ ไม่ให้ถูกเบียดเบียนจากพวกอมนุษย์ซึ่งดุร้ายทำแต่สิ่งหยาบช้าทุกเมื่อ ไม่เลื่อมใสในคำสอนของพระโลกนาถ ซึ่งชาวโลกยกย่องว่าเป็นคำสอนที่ดี พวกเราจงสวดปริตรนั้นกันเถิด

อาฏานาฏิยะปริตร

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    วิปัสสิสสะ นะมัตถุ

จักขุมันตัสสะ สิรีมะโต

สิขิสสะปิ นะมัตถุ

สัพพะภูตานุกัมปิโน

เวสสะภุสสะ นะมัตถุ

นะหาตะกัสสะ ตะปัสสิโน

นะมัตถุ กะกุสันธัสสะ

มาระเสนัปปะมัททิโน

โกนาคะมะนัสสะ นะมัตถุ

พ๎ราห๎มะณัสสะ วุสีมะโต

กัสสะปัสสะ นะมัตถุ

วิปปะมุตตัสสะ สัพพะธิ

อังคีระสัสสะ นะมัตถุ 

สัก๎ยะปุตตัสสะ สิรีมะโต

โย อิมัง ธัมมะมะเทเสสิ

สัพพะทุกขาปะนูทะนัง

เย จาปิ นิพพุตา โลเก 

ยะถาภูตัง วิปัสสิสุง

เต ชะนา อะปิสุณา 

มะหันตา วีตะสาระทา

หิตัง เทวะมะนุสสานัง 

 ยัง นะมัสสันติ โคตะมัง

วิชชาจะระณะสัมปันนัง 

มะหันตัง วีตะสาระทัง

วิชชาจะระณะสัมปันนัง 

พุทธัง วันทามะ โคตะมันติฯ

    สักกัต๎วา พุทธะระตะนัง 

โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง

หิตัง เทวะมะนุสสานัง 

พุทธะเตเชนะ โสตถินา

นัสสันตุปัททะวา สัพเพ 

ทุกขา วูปะสะเมนตุ เต

    สักกัต๎วา ธัมมะระตะนัง 

โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง

ปะริฬาหูปะสะมะนัง 

ธัมมะเตเชนะ โสตถินา

นัสสันตุปัททะวา สัพเพ

ภะยา วูปะสะเมนตุ เต

    สักกัต๎วา สังฆะระตะนัง 

โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง

อาหุเนยยัง ปาหุเนยยัง

สังฆะเตเชนะ โสตถินา

นัสสันตุปัททะวา สัพเพ 

โรคา วูปะสะเมนตุ เตฯ

    นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง

พุทโธ เม สะระณัง วะรัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ 

โหตุ เต ชะยะมังคะลัง

     นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง

ธัมโม เม สะระณัง วะรัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ 

โหตุ เต ชะยะมังคะลัง

    นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง 

สังโฆ เม สะระณัง วะรัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ

โหตุ เต ชะยะมังคะลังฯ

    ยังกิญจิ ระตะนัง โลเก 

วิชชะติ วิวิธัง ปุถุ

ระตะนัง พุทธะสะมัง นัตถิ

ตัส๎มา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

    ยังกิญจิ ระตะนัง โลเก 

วิชชะติ วิวิธัง ปุถุ

ระตะนัง ธัมมะสะมัง นัตถิ 

ตัส๎มา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

    ยังกิญจิ ระตะนัง โลเก 

วิชชะติ วิวิธัง ปุถุ

ระตะนัง สังฆะสะมัง นัตถิ

ตัส๎มา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

คำแปล

    ขอนอบน้อมพระวิปัสสีพุทธเจ้า ผู้ทรงมีพระจักษุ ทรงมีสิริ
    ขอนอบน้อมพระสิขีพุทธเจ้า ผู้ทรงอนุเคราะห์สัตว์ทั้งปวง
    ขอนอบน้อมพระเวสสภูพุทธเจ้า ผู้ทรงชำระล้างกิเลสแล้ว ทรงมีตบะ
    ขอนอบน้อมพระกกุสันธพุทธเจ้า ผู้ทรงกำจัดมาร และเสนาแห่งมาร
    ขอนอบน้อมพระโกนาคมนพุทธเจ้า ผู้ทรงลอยบาปแล้ว ทรงอยู่จบพรหมจรรย์
    ขอนอบน้อมพระกัสสปพุทธเจ้า ผู้ทรงพ้นพิเศษแล้วในสิ่งทั้งปวง
    ขอนอบน้อมพระอังคีรสพุทธเจ้า ผู้ศากยบุตร ทรงมีสิริ ทรงแสดงธรรมเป็นเครื่องบรรเทาทุกข์ทั้งปวงนี้
    อนึ่ง พระพุทธเจ้าเหล่าใดในโลก ผู้ดับกิเลสได้แล้ว เห็นแจ่มแจ้งตามความเป็นจริง พระพุทธเจ้าเหล่านั้น เป็นผู้ไม่มีวาจาส่อเสียด เป็นผู้ยิ่งใหญ่ มีความกล้าหาญ
    เหล่าเทวดาและมนุษย์ย่อมนอบน้อมพระพุทธเจ้าเหล่านั้น ผู้โคตมโคตร พระองค์ใด ทรงเกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ทรงกล้าหาญ ยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระโคตมพุทธเจ้า ผู้ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะพระองค์นั้น
    เพราะทำความเคารพพระพุทธรัตนะ ซึ่งเป็นโอสถประเสริฐเยี่ยมยอด ทรงเกื้อกูลเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ด้วยเดชแห่งพระพุทธรัตนะ ขอให้อุปัทวะทั้งหลายทั้งปวงจงพินาศไป ขอให้ทุกข์ทั้งหลายของท่านจงสงบโดยสวัสดีเถิด
    เพราะทำความเคารพพระธรรมรัตนะ ซึ่งเป็นโอสถประเสริฐยอดเยี่ยม เป็นเครื่องระงับความเร่าร้อน ด้วยเดชแห่งพระธรรมรัตนะขอให้อุปัทวะทั้งหลายทั้งปวงจงพินาศไป ขอให้ภัยทั้งหลายของท่านจงสงบโดยสวัสดีเถิด
    เพราะทำความเคารพพระสังฆรัตนะ ซึ่งเป็นโอสถประเสริฐเยี่ยมยอด ควรแก่ของที่เขานำมาสักการะ ควรแก่การต้อนรับ ด้วยเดชแห่งพระสังฆรัตนะ ขอให้อุปัทวะทั้งหลายทั้งปวงจงพินาศไป ขอให้โรคทั้งหลายของท่านจงสงบโดยสวัสดีเถิด
    ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
    ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระธรรมเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
    ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้าด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
    รัตนะใดๆ มากมายหลายชนิดมีอยู่ในโลก รัตนะนั้นๆ หาเสมอด้วยพระพุทธรัตนะไม่ เพราะพระพุทธรัตนะนั้น ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่าน
    รัตนะใดๆ มากมายหลายชนิดมีอยู่ในโลก รัตนะนั้นๆ หาเสมอด้วยพระธรรมรัตนะไม่ เพราะพระธรรมรัตนะนั้น ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่าน
    รัตนะใดๆ มากมายหลายชนิดมีอยู่ในโลก รัตนะนั้นๆ หาเสมอ ด้วยพระสังฆรัตนะไม่ เพราะพระสังฆรัตนะนั้น ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่าน

เทวะตาอุยโยชะนะคาถา

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา

ภะยัปปัตตา จะ นิพภะยา

โสกัปปัตตา จะ นิสโสกา

โหนตุ สัพเพปิ ปาณิโน

เอตตาวะตา จะ อัมเหหิ

สัมภะตัง ปุญญะสัมปะทัง

    สัพเพ เทวานุโมทันตุ

สัพพะสัมปัตติสิทธิยา

ทานัง ทะทันตุ สัทธายะ

สีลัง รักขันตุ สัพพะทา

ภาวะนาภิระตา โหนตุ

คัจฉันตุ เทวะตา คะตาฯ

    สัพเพ พุทธา พะลัปปัตตา

ปัจเจกานัญจะ ยัง พะลัง

อะระหันตานัญจะ เตเชนะ

รักขัง พันธามิ สัพพะโสฯ

คำแปล

    ขอสัตว์ทั้งหลายที่มีทุกข์ จงหายทุกข์ ที่มีภัย จงปราศจากภัยที่มีโศก จงหายโศก ทุกถ้วนทั่วเถิด
    ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวง จงอนุโมทนาบุญที่พวกข้าพเจ้าร่วมกันสร้างเพื่อความสำเร็จแห่งสมบัติทั้งปวงด้วยเถิด
    ขอเหล่าเทพยดา จงมีศรัทธาให้ทาน รักษาศีล ยินดียิ่งในภาวนาตลอดกาลทุกเมื่อ ขออัญเชิญเหล่าทวยเทพที่มาชุมนุมกัน จงกลับไปเถิด
    ข้าพเจ้าขอผูกมนต์คุ้มครองรักษาโดยประการทั้งปวง ด้วยเดชแห่งกำลังของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ผู้ทรงพละกำลัง ด้วยเดชแห่งกำลังของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย และด้วยเดชแห่งกำลังของพระอรหันต์ทั้งหลาย
    ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาท่านด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

ถวายพรพระ

หมวดบทสวด : บทเจริญพระพุทธมนต์
กลับสู่ด้านบน

    อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะ สัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ,สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ,
    ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ,
    สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ,

    พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ค๎รีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    กัต๎วานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พ๎รัห๎มัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา
โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิต๎วานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ.
    มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง
ปูเรต๎วา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลัง
    ชะยันโต โพธิยา มูเล สัก๎ยานัง นันทิวัฑฒะโน
เอวัง ต๎วัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล
อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร
อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ
สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง
    สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พ๎รัห๎มะจาริสุ
ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง
ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา
ปะทักขิณานิ กัต๎วานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ.
    ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
    ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
    ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต.

คำแปล

    ก็เกียรติศักดิ์อันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นแลฟุ้งเฟื่องไปดังนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ควรไหว้ควรบูชา เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว เป็นผู้ทรงรู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้ฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม ดังนี้
    พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นของอันบุคคลพึงเห็นเอง เป็นของไม่มีกาลเวลา เป็นของจะร้องเรียกผู้อื่นให้มาดูได้เป็นของอันบุคคลพึงน้อมเข้ามาใส่ใจ เป็นของอันวิญญูชนทั้งหลายพึงรู้เฉพาะตัว ดังนี้
    พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติถูกแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติชอบแล้ว คือ คู่แห่งบุรุษทั้งหลาย ๔ บุรุษ
บุคคลทั้งหลาย ๘ นี่พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านเป็นผู้ควรสักการะที่เขานำมาบูชา ท่านเป็นผู้ควรของต้อนรับ ท่านเป็นผู้ควรทักษิณาทาน ท่านเป็นผู้ควรอัญชลีกรรม ท่านเป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาอื่นยิ่งกว่า ดังนี้
    พระจอมมุนีทรงใช้ธรรมวิธีมีทานบารมีเป็นต้น พิชิตพญามาร ผู้เนรมิตแขนตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างครีเมขละ พร้อมด้วยเสนามารที่ส่งเสียงโห่ร้องกึกก้อง ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงใช้ขันติวิธีที่ทรงฝึกมาดี พิชิตอาฬวกยักษ์ผู้กระด้าง ปราศจากความอดทน ดุร้าย ที่มาสู้รบกับพระพุทธองค์อย่างทรหดยิ่งกว่ามารทั่วไปตลอดราตรี ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงใช้วิธีรดน้ำ คือ เมตตา พิชิตพญาช้างชื่อนาฬาคิรีที่กำลังตกมันดุร้ายยิ่งนัก ประดุจไฟป่า จักราวุธและสายฟ้า ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงบันดาลอิทธิฤทธิ์ทางใจพิชิตจอมโจรองคุลิมาล ซึ่งถือดาบเงื้อง่าวิ่งไล่ฆ่าพระพุทธองค์สิ้นระยะทาง ๓ โยชน์ ได้ราบคาบด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงใช้พระทัยอันงามสงบ พิชิตนางจิญจมาณวิกา(สาวิกาของพวกนิครนถ์) ผู้ที่เอาไม้กลมๆ มาผูกท้อง ทำอาการประหนึ่งว่ามีครรภ์ ใส่ร้ายพระพุทธเจ้าท่ามกลางฝูงชน ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้นขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีผู้สว่างด้วยแสงแห่งปัญญาทรงพิชิตสัจจกนิครนถ์ผู้ถือตัวว่าฉลาด เป็นนักโต้วาทีชั้นยอด แต่ขาดสัจจะ เป็นคนบอดยิ่งนักตั้งใจมาโต้วาทะหักล้างพระพุทธองค์ ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงมีพุทธบัญชาให้พระโมคคัลลานะพุทธบุตรใช้วิธีแสดงฤทธิ์ที่เหนือกว่าปราบพญานาคชื่อนันโทปนันทะ ผู้มีความรู้ผิดมีฤทธิ์มาก ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงใช้วิธีเทศนาญาณพิชิตพรหมชื่อพกะผู้ (ถือตัวว่า)มีความบริสุทธิ์ รุ่งเรือง และมีฤทธิ์ ยึดมั่นในความเห็นผิด ดุจมีมือที่ถูกอสรพิษขบกัดเอา ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    คนมีปัญญาสวดพุทธชัยมงคลคาถาทั้ง ๘ ประการนี้ เป็นประจำโดยไม่เกียจคร้าน พึงขจัดอุปัทวันตรายทั้งหลายได้ พึงบรรลุถึงพระนิพพานอันเป็นสุข
    พระพุทธเจ้าผู้ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงเป็นที่พึ่งของโลก ทรงบำเพ็ญบารมีครบถ้วนทุกประการ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวง ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมแล้ว ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    ขอท่านจงมีชัยชนะ ขอท่านจงชนะในชัยมงคล เหมือนพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงทำความยินดีให้เพิ่มพูนขึ้น แก่ศากยะทั้งหลาย ทรงมีชัยชนะ ณ ควงไม้โพธิพฤกษ์ พระองค์ผู้ทรงบรรลุความเป็นเลิศ(ด้วยพระโพธิญาณ) แล้ว ทรงชื่นชมยินดีอยู่เหนือปราชิตบัลลังก์ ณ พื้นแผ่นดินอันบริสุทธิ์เป็นยอดปฐพี เป็นที่อภิเษกของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ฉะนั้นเถิด
    การกระทำทางกายที่ชอบธรรม การกระทำทางวาจาที่ชอบธรรม การกระทำทางใจที่ชอบธรรม ความตั้งใจของท่านที่ชอบธรรม (ในฤกษ์ยาม เวลา ขณะ ครู่ใด ฤกษ์ ยาม เวลา ขณะ ครู่นั้น) เป็นฤกษ์ดี เป็นมงคลดี เป็นยามรุ่งดี เป็นเวลาลุกขึ้นดี เป็นขณะดี เป็นครู่ดี เป็นการบูชาดี ในท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งหลาย บุคคลกระทำกรรมที่ชอบธรรมทั้งหลาย ย่อมได้รับประโยชน์ทั้งหลายอันชอบธรรม
    ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่านด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
    ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่านด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
    ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่านด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ.