เริ่มเลื่อนบทสวดอัตโนมัติ

pray_01_nw
บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา

คำบูชาพระรัตนตรัย

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

โย โส ภะคะวา อะระหัง
สัมมาสัมพุทโธ,

พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นพระองค์ใด เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบแล้ว,

ส๎วากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม,

พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใด ตรัสไว้ดีแล้ว,

สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มี พระภาคเจ้า พระองค์ใด ปฏิบัติดีแล้ว,

ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง,

ข้าพเจ้าทั้งหลายขอบูชาโดยยิ่ง ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์

อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ,

ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้ ซึ่งข้าพเจ้าได้ยกประดิษฐานไว้ดีแล้ว ตามสมควร,

สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ,

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ดังข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอประทานวโรกาส พระผู้มีพระภาคเจ้า แม้ปรินิพพานนานแล้ว,

ปัจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา,

ทรงมีพระหฤทัยเอื้อเฟื้อแก่ชุมชน ผู้เกิดแล้วในภายหลัง,

อิเม สักกาเร ทุคคะตะ- ปัณณาการะภูเต ปะฏิคัณหาตุ, 

ขอจงรับเครื่องสักการะเหล่านี้ ซึ่งเป็นบรรณาการของคนยาก,

อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ.

เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ.

คำนมัสการพระรัตนตรัย

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,

พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง,

พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ.

ข้าพเจ้าขออภิวาท พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน.

(กราบ ๑ ครั้ง)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,

พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว,

ธัมมัง นะมัสสามิ.

ข้าพเจ้าขอนมัสการพระธรรม.

(กราบ ๑ ครั้ง)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว,

สังฆัง นะมามิ.

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์

(กราบ ๑ ครั้ง)

คำนมัสการพระผู้มีพระภาคเจ้า

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

(นำ) หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต
ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส.

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต

ขอนอบน้อม แด่พระผู้มี พระภาคเจ้า พระองค์นั้น,

อะระหะโต,

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส,

สัมมาสัมพุทธัสสะ.

เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้ โดยพระองค์เอง.

(ว่า ๓ ครั้ง)

พุทธาภิถุติ (บทสวดสดุดีพระพุทธเจ้า)

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

(นำ) หันทะ มะยัง พุทธาภิถุติง กะโรมะ เส.

โย โส ตะถาคะโต,

พระตถาคตเจ้านั้น พระองค์ใด,

อะระหัง,

เป็นผู้ไกลจากกิเลส,

สัมมาสัมพุทโธ,

เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง,

วิชชาจะระณะสัมปันโน,

เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ,

สุคะโต,

เป็นผู้เสด็จไปแล้วด้วยดี,

โลกะวิทู,

เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง,

อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ,

เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่ควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า,

สัตถา เทวะมะนุสสานัง,

เป็นครูผู้สอน ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย,

พุทโธ,

เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม,

ภะคะวา,

เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์,

โย อิมัง โลกัง สะเทวะกัง สะมาระกัง สะพรัหมะกัง,
สัสสะมะณะพราหมะณิง ปะชัง สะเทวะมะนุสสัง สะยัง อะภิญญา 
สัจฉิกัต๎วา ปะเวเทสิ,

พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด, ได้ทรงทำความดับทุกข์ให้แจ้งด้วยพระปัญญาอันยิ่งเองแล้ว,
ทรงสั่งสอนสัตว์โลกนี้ พร้อมทั้งเทวดา มาร พรหม และหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม,

โย ธัมมัง เทเสสิ,

พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดทรงแสดงธรรมแล้ว,

อาทิกัลยาณัง,

ไพเราะในเบื้องต้น,

มัชเฌกัลยาณัง,

ไพเราะในท่ามกลาง,

ปะริโยสานะกัลยาณัง,

ไพเราะในที่สุด,

สาตถัง สะพ๎ยัญชะนัง เกวะละปะริปุณณังปะริสุทธัง พ๎รัหมะจะริยังปะกาเสสิ,

ทรงประกาศพรหมจรรย์ อันบริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง, พร้อมทั้งอรรถะ และพยัญชนะ,

ตะมะหัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ,

ข้าพเจ้าขอบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น

ตะมะหัง ภะคะวันตัง สิระสานะมามิ.

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า.

(กราบ พร้อมกับระลึกถึงพระพุทธคุณ)

ธัมมาภิถุติ (บทสวดสดุดีพระธรรม)

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

(นำ) หันทะ มะยัง ธัมมาภิถุติง กะโรมะ เส.

โย โส สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,

พระธรรมนั้นใด เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว,

สันทิฏฐิโก,

เป็นธรรมที่พึงเห็นได้ด้วยตนเอง,

อะกาลิโก,

เป็นธรรมที่ให้ผลได้ไม่จำกัดกาล,

เอหิปัสสิโก,

เป็นธรรมที่ควรกล่าวว่า ท่านจงมาดูเถิด,

โอปะนะยิโก,

เป็นธรรมที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว,

ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ,

เป็นธรรมที่ผู้รู้พึงรู้ได้เฉพาะตน,

ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ,

ข้าพเจ้าขอบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระธรรมนั้น,

ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ.

ข้าพเจ้าขอนอบน้อม พระธรรมนั้น ด้วยเศียรเกล้า.

(กราบ พร้อมกับระลึกถึงพระธรรมคุณ)

สังฆาภิถุติ (บทสวดสดุดีพระสงฆ์)

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

(นำ) หันทะ มะยัง สังฆาภิถุติง กะโรมะ เส.

โย โส สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มี พระภาคเจ้านั้นหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว.

อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

 พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติตรงแล้ว,

ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม เป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว,

สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มี พระภาคเจ้าปฏิบัติสมควรแล้ว,

ยะทิทัง,

ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือ,

จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา,

คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเป็นรายบุคคล ได้ ๘ บุรุษ,

เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

นั่นแหละ พระสงฆ์สาวก ของพระผู้มีพระภาคเจ้า,

อาหุเนยโย,

เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา,

ปาหุเนยโย,

เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ,

ทักขิเณยโย,

เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน,

อัญชะลีกะระณีโย,

เป็นผู้ควรทำอัญชลี,

อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตังโลกัสสะ,

เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีเนื้อนาบุญอื่นยิ่งกว่า,

ตะมะหัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ,

ข้าพเจ้าขอบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระสงฆ์นั้น,

ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ.

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์นั้นด้วยเศียรเกล้า.

(กราบ พร้อมกับระลึกถึงพระสังฆคุณ)

ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถา (คาถานอบน้อมพระรัตนตรัย)

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

(นำ) หันทะ มะยัง ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถาโย เจวะ
สังเวคะปะริกิตตะนะปาฐัญจะ ภะณามะ เส.

พุทโธ สุสุทโธ กะรุณา- มะหัณณะโว

พระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์ด้วยดี มีพระกรุณาดุจห้วงมหรรณพ,

สังเวคะปะริกิตตะนะปาฐัญจะ ภะณามะ เส.

พระองค์ใด มีตาคือพระญาณอันประเสริฐ หมดจดโดยส่วนเดียว,

โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะฆาตะโก,

เป็นผู้ฆ่าเสียซึ่งบาปและอุปกิเลสของโลก

วันทามิ พุทธัง อะหะมา- ทะเรนะ ตัง,

ข้าพเจ้าขอไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ด้วยความเคารพ,

ธัมโม ปะทีโป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน,

พระธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น เปรียบเหมือนดวงประทีป,

โย มัคคะปากามะตะเภทะ- ภินนะโก

ส่วนใดซึ่งเป็นโลกุตระ จำแนกประเภท คือ มรรค ผล

โลกุตตะโร โย จะ ตะทัตถะ- ทีปะโน,

นิพพาน และส่วนใดที่ชี้แนวแห่งโลกุตระนั้น,

วันทามิ ธัมมัง อะหะมา- ทะเรนะ ตัง,

ข้าพเจ้าขอไหว้พระธรรมนั้นด้วยความเคารพ,

สังโฆ สุเขตตาภะยะติเขตตะ- สัญญิโต,

พระสงฆ์หมู่ใดที่รู้กันว่าเป็นนาบุญอันยิ่งใหญ่กว่านาบุญอันดี,

โย ทิฏฐะสันโต สุคะตานุโพธะโก,

เป็นผู้เห็นพระนิพพาน ตรัสรู้ตามพระสุคต,

โลลัปปะหีโน อะริโย สุเมธะโส,

เป็นผู้ละกิเลสเครื่องโลเล เป็นพระอริยเจ้าผู้มีปัญญาดี,

วันทามิ สังฆัง อะหะมาทะเรนะ ตัง,

ข้าพเจ้าขอไหว้พระสงฆ์หมู่นั้นด้วยความเคารพ

อิจเจวะเมกันตะภิปูชะเนยยะกัง,

บุญใดที่ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระรัตนตรัย

วัตถุตตะยัง วันทะยะตาภิสังขะตัง,

อันควรบูชายิ่งโดยส่วนเดียว ได้กระทำยิ่งแล้วอย่างนี้,

ปุญญัง มะยา ยัง มะมะ สัพพุปัททะวา,

ขออุปัทวะทั้งปวงทั้งหลายจงอย่ามีแก่ข้าพเจ้าเลย

มา โหนตุ เว ตัสสะ ปะภาวะสิทธิยา.

ด้วยความสำเร็จอันเกิดจากบุญนั้น.

สังเวคะปะริกิตตะนะปาฐะ (บทสวดแสดงความสังเวช)

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

อิธะ ตะถาคะโต โลเก อุปปันโน,

พระตถาคตเจ้าทรงเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้,

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ,

เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง,

ธัมโม จะ เทสิโต นิยยานิโก,

และพระธรรมที่ทรงแสดงเป็นธรรมเครื่องออกจากทุกข์,

อุปะสะมิโก ปะรินิพพานิโก,

เป็นเครื่องสงบกิเลส เป็นไปเพื่อปรินิพพาน,

สัมโพธะคามี สุคะตัปปะเวทิโต,

เป็นไปเพื่อความรู้พร้อม เป็นธรรมที่พระสุคตทรงประกาศแล้ว,

มะยันตัง ธัมมัง สุตวา เอวัง ชานามะ,

พวกเราฟังธรรมนั้นแล้วจึงได้รู้อย่างนี้ว่า,

ชาติปิ ทุกขา,

แม้ความเกิดก็เป็นทุกข์,

ชะราปิ ทุกขา,

แม้ความแก่ก็เป็นทุกข์,

มะระณัมปิ ทุกขัง,

แม้ความตายก็เป็นทุกข์,

โสกะปะริเทวะทุกขะ- โทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา,

แม้ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจก็เป็นทุกข์,

อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข,

ความประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์,

ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข,

ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์,

ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง,

ปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้แม้สิ่งนั้น ก็เป็นทุกข์,

สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา,

ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ เป็นตัวทุกข์,

เสยยะถีทัง,

ได้แก่สิ่งเหล่านี้ คือ,

รูปูปาทานักขันโธ,

ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือ รูป,

เวทะนูปาทานักขันโธ,

ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือ เวทนา,

สัญญูปาทานักขันโธ,

ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือ สัญญา,

สังขารูปาทานักขันโธ,

ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือ สังขาร,

วิญญาณูปาทานักขันโธ,

ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือ วิญญาณ,

เยสัง ปะริญญายะ,

เพื่อให้สาวกกำหนดรอบรู้อุปาทานขันธ์เหล่าใด,

ธะระมาโน โส ภะคะวา,

พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เมื่อยังทรงพระชนม์อยู่,

เอวัง พะหุลัง สาวเก วิเนติ,

จึงทรงแนะนำสาวกทั้งหลายอย่างนี้เป็นส่วนมาก,

เอวัง ภาคา จะ ปะนัสสะ ภะคะวะโต สาวะเกสุ อะนุสาสะนี,

อนึ่ง คำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ย่อมเป็นไปในสาวกทั้งหลายส่วนมาก

พะหุลา ปะวัตตะติ,

มีส่วนคือการจำแนกอย่างนี้ว่า:

รูปัง อะนิจจัง,

รูปไม่เที่ยง,

เวทะนา อะนิจจา,

เวทนาไม่เที่ยง,

สัญญา อะนิจจา,

สัญญาไม่เที่ยง,

สังขารา อะนิจจา,

สังขารไม่เที่ยง,

วิญญาณัง อะนิจจัง,

วิญญาณไม่เที่ยง,

รูปัง อะนัตตา,

รูปไม่ใช่ตัวตน,

เวทะนา อะนัตตา,

เวทนาไม่ใช่ตัวตน,

สัญญา อะนัตตา,

สัญญาไม่ใช่ตัวตน,

สังขารา อะนัตตา,

สังขารไม่ใช่ตัวตน,

วิญญาณัง อะนัตตา,

วิญญาณไม่ใช่ตัวตน,

สัพเพ สังขารา อะนิจจา,

สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง,

สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ, 

ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ใช่ตัวตนดังนี้,

เต (ตา)* มะยัง โอติณณามะหะ ชาติยา,

พวกเราทั้งหลายเหล่านั้นเป็นผู้ถูกครอบงำแล้วโดยความเกิด,

ชะรามะระเณนะ,

โดยความแก่และความตาย,

โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนัสเสหิ อุปายาเสหิ,

โดยความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจทั้งหลาย,

ทุกโขติณณา ทุกขะปะเรตา,

เป็นผู้หยั่งลงสู่ความทุกข์แล้ว เป็นผู้มีความทุกข์เป็นเบื้องหน้าแล้ว,

อัปเปวะนามิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยา ปัญญาเยถาติ,

ทำไฉน การทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้จะพึงปรากฏชัดแก่เราทั้งหลายได้,

จิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คะโต, (คะตา)*

เราทั้งหลายถึงแล้วซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้ปรินิพพานนานมาแล้วพระองค์นั้น เป็นสรณะ,

ธัมมัญจะ สังฆัญจะ,

ถึงพระธรรมด้วย ถึงพระสงฆ์ด้วย,

ตัสสะ ภะคะวะโต สาสะนัง ยะถาสะติ ยะถาพะลัง มะนะสิกะโรมะ อะนุปะฏิปัชชามะ,

จักทำในใจอยู่ ปฏิบัติตามอยู่ซึ่งคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ตามสติกำลัง,

สา สา โน ปะฏิปัตติ,

ขอให้การปฏิบัตินั้นๆ ของเรา

อิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุ.

ทั้งหลาย จงเป็นไปเพื่อทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ เทอญ.

(จบทำวัตรเช้า)

* ผู้หญิงให้ว่าคำในวงเล็บ (...)

พุทธานุสสติ (บทสวดระลึกถึงพระพุทธเจ้า)

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

(นำ) หันทะ มะยัง พุทธานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส.

ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัลยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต,

ก็ กิตติศัพท์อันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ได้ฟุ้งไปแล้วอย่างนี้ว่า,

อิติปิ โส ภะคะวา,

แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น,

อะระหัง, 

เป็นผู้ไกลจากกิเลส,

สัมมาสัมพุทโธ,

เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง,

วิชชาจะระณะสัมปันโน,

เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ,

สุคะโต,

เป็นผู้เสด็จไปแล้วด้วยดี,

โลกะวิทู,

เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง,

อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ,

เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่ควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า,

สัตถา เทวะมะนุสสานัง, 

เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย,

พุทโธ,

เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม,

ภะคะวาติ.

เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้.

พุทธาภิคีติ

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

(นำ) หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส.

พุทธะวาระหันตะวะระตาทิคุณา- ภิยุตโต, 

พระพุทธเจ้าประกอบด้วยคุณ มีความประเสริฐแห่งอรหันตคุณ เป็นต้น,

สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต,

มีพระองค์อันประกอบด้วยพระญาณและพระกรุณาอันบริสุทธิ์,

โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร, 

พระองค์ใด ทรงกระทำชนที่ดีให้เบิกบานดุจอาทิตย์ทำบัวให้บาน,

วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง,

ข้าพเจ้าไหว้พระชินสีห์ผู้ไม่มีกิเลสพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า,

พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,

พระพุทธเจ้าพระองค์ใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย,

ปะฐะมานุสสติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง, 

ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่หนึ่งด้วยเศียรเกล้า,

พุทธัสสาหัส๎มิ ทาโส (ทาสี)* วะ พุทโธ เม สามิกิสสะโร,

ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นนาย มีอิสระเหนือข้าพเจ้า,

พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม,

พระพุทธเจ้าเป็นผู้กำจัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า,

พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,

ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิตนี้ แด่พระพุทธเจ้า,

วันทันโตหัง (วันทันตีหัง)* จะริสสามิ พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง, 

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ จักประพฤติตาม ซึ่งความตรัสรู้ดีของพระพุทธเจ้า,

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง, 

สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี,

พุทโธ เม สะระณัง วะรัง, 

พระพุทธเจ้าเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า,

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน,

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา,

พุทธัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ)* ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ,

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้,

สัพเพปิ อันตะรายา เมมาเหสุง ตัสสะ เตชะสา. 

อันตรายแม้ทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

(หมอบกราบแล้วว่า)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,

ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดีด้วยใจก็ดี,

พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,

กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระพุทธเจ้า,

พุทโธ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง,

ขอพระพุทธเจ้า จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น,

กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ.

เพื่อการสำรวมระวังในพระพุทธเจ้าในกาลต่อไป.

* ผู้หญิงให้ว่าคำในวงเล็บ (...)

ธัมมานุสสติ (บทสวดระลึกถึงพระธรรม)

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

(นำ) หันทะ มะยัง ธัมมานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส.

ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,

พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว,

สันทิฏฐิโก, 

เป็นธรรมที่พึงเห็นได้ด้วยตนเอง,

อะกาลิโก, 

เป็นธรรมที่ให้ผลได้ไม่จำกัดกาล,

เอหิปัสสิโก,

เป็นธรรมที่ควรกล่าวว่าท่านจงมาดูเถิด,

โอปะนะยิโก, 

เป็นธรรมที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว,

ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ. 

เป็นธรรมที่ผู้รู้พึงรู้ได้เฉพาะตน, ดังนี้.

ธัมมาภิคีติ

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

(นำ) หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีติง กะโรมะ เส.

ส๎วากขาตะตาทิคุณะโยคะ- วะเสนะ เสยโย, 

พระธรรมใด เป็นสิ่งที่ประเสริฐ เพราะประกอบด้วยคุณ คือความที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว เป็นต้น,

โย มัคคะปากะปะริยัตติ- วิโมกขะเภโท, 

เป็นธรรมอันจำแนกเป็น มรรคผล ปริยัติ และนิพพาน,

ธัมโม กุโลกะปะตะนา- ตะทะธาริธารี, 

เป็นธรรมทรงไว้ซึ่งผู้ทรงธรรม จากการตกไปสู่โลกที่ชั่ว,

วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธัมมะเมตัง, 

ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมอันประเสริฐนั้น อันเป็นเครื่องขจัดเสียซึ่งความมืด,

ธัมโม โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง, 

พระธรรมใด เป็นสรณะ อันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย,

ทุติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,

ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่สอง ด้วยเศียรเกล้า,

ธัมมัสสาหัส๎มิ ทาโส (ทาสี)* วะ ธัมโม เม สามิกิสสะโร, 

ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระธรรม พระธรรมเป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า,

ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม, 

พระธรรมเป็นเครื่องกำจัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า,

ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,

ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระธรรม

วันทันโตหัง (วันทันตีหัง)*  จะริสสามิ ธัมมัสเสวะ สุธัมมะตัง,

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ จักประพฤติตาม ซึ่งความเป็นธรรมดีของพระธรรม,

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ธัมโม เม สะระณัง วะรัง, 

สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระธรรมเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า,

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน,

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา,

ธัมมัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ)* ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ,

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระธรรม ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้,

สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา. 

อันตรายแม้ทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

(หมอบกราบแล้วว่า)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา, 

ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี,

ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,

กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระธรรม,

ธัมโม ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง,

ขอพระธรรม จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น,

กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม. 

เพื่อการสำรวมระวังในพระธรรม, ในกาลต่อไป.

* ผู้หญิงให้ว่าคำในวงเล็บ (...)

สังฆานุสสติ (บทสวดระลึกถึงพระสงฆ์)

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

(นำ) หันทะ มะยัง สังฆานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส.

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

พระสงฆ์ สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว,

อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, 

พระสงฆ์ สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติตรงแล้ว,

ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, 

พระสงฆ์ สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว,

สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, 

พระสงฆ์ สาวกของพระผู้มีพระภาค เจ้าปฏิบัติสมควรแล้ว,

ยะทิทัง,

ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือ,

จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, 

คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเป็นรายบุคคล ได้ ๘ บุรุษ,

เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, 

นั่นแหละ พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า,

อาหุเนยโย, 

เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา,

ปาหุเนยโย, 

เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ,

ทักขิเณยโย,

เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน,

อัญชะลีกะระณีโย, 

เป็นผู้ควรทำอัญชลี,

อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ. 

เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้.

สังฆาภิคีติ

หมวดบทสวด : บทสวดทำวัตรเช้า-เย็น อุบาสก-อุบาสิกา
กลับสู่ด้านบน

(นำ) หันทะ มะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะ เส.

สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติ- คุณาทิยุตโต, 

พระสงฆ์ใด ที่เกิดโดยพระสัทธรรม ประกอบด้วยคุณ มีความปฏิบัติดี เป็นต้น

โยฏฐัพพิโธ อะริยะปุคคะละ- สังฆะเสฏโฐ, 

เป็นหมู่แห่งพระอริยบุคคลผู้ประเสริฐแปดจำพวก,

สีลาทิธัมมะปะวะราสะยะกายะ- จิตโต, 

มีกายและจิต อันอาศัยธรรม มีศีล เป็นต้น อันบวร,

วันทามะหัง ตะมะริยานะ คะณัง สุสุทธัง,

ข้าพเจ้าไหว้หมู่แห่งพระอริยเจ้าทั้งหลายนั้น ผู้บริสุทธิ์ด้วยดี,

สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,

พระสงฆ์หมู่ใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย,

ตะติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,

ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น ผู้เป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่สาม ด้วยเศียรเกล้า,

สังฆัสสาหัส๎มิ ทาโส (ทาสี)* วะ สังโฆ เม สามิกิสสะโร,

ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระสงฆ์ พระสงฆ์เป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า,

สังโฆ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม,

พระสงฆ์เป็นผู้กำจัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า,

สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,

ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระสงฆ์,

วันทันโตหัง (วันทันตีหัง)*  จะริสสามิ สังฆัสโสปะฏิปันนะตัง,

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม ซึ่งความปฏิบัติดีของพระสงฆ์,

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง สังโฆ เม สะระณัง วะรัง,

สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์อันเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า,

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน, 

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา,

สังฆัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ)* ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ,

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระสงฆ์ ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้,

สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.

อันตรายแม้ทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

(หมอบกราบแล้วว่า)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,

ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี,

สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,

กรรมน่าติเตียนอันใดที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระสงฆ์,

สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง,

ขอพระสงฆ์ จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น,

กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ.

เพื่อการสำรวมระวังในพระสงฆ์ในกาลต่อไป.

(จบทำวัตรเย็น)

* ผู้หญิงให้ว่าคำในวงเล็บ (...)