เริ่มเลื่อนบทสวดอัตโนมัติ

ถวายพรพระ

    อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะ สัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ,สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ,
    ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ,
    สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ,

    พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ค๎รีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    กัต๎วานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พ๎รัห๎มัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
    เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา
โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิต๎วานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ.
    มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง
ปูเรต๎วา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลัง
    ชะยันโต โพธิยา มูเล สัก๎ยานัง นันทิวัฑฒะโน
เอวัง ต๎วัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล
อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร
อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ
สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง
    สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พ๎รัห๎มะจาริสุ
ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง
ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา
ปะทักขิณานิ กัต๎วานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ.
    ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
    ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
    ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต.

คำแปล

    ก็เกียรติศักดิ์อันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นแลฟุ้งเฟื่องไปดังนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ควรไหว้ควรบูชา เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว เป็นผู้ทรงรู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้ฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม ดังนี้
    พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นของอันบุคคลพึงเห็นเอง เป็นของไม่มีกาลเวลา เป็นของจะร้องเรียกผู้อื่นให้มาดูได้เป็นของอันบุคคลพึงน้อมเข้ามาใส่ใจ เป็นของอันวิญญูชนทั้งหลายพึงรู้เฉพาะตัว ดังนี้
    พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติถูกแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติชอบแล้ว คือ คู่แห่งบุรุษทั้งหลาย ๔ บุรุษ
บุคคลทั้งหลาย ๘ นี่พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านเป็นผู้ควรสักการะที่เขานำมาบูชา ท่านเป็นผู้ควรของต้อนรับ ท่านเป็นผู้ควรทักษิณาทาน ท่านเป็นผู้ควรอัญชลีกรรม ท่านเป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาอื่นยิ่งกว่า ดังนี้
    พระจอมมุนีทรงใช้ธรรมวิธีมีทานบารมีเป็นต้น พิชิตพญามาร ผู้เนรมิตแขนตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างครีเมขละ พร้อมด้วยเสนามารที่ส่งเสียงโห่ร้องกึกก้อง ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงใช้ขันติวิธีที่ทรงฝึกมาดี พิชิตอาฬวกยักษ์ผู้กระด้าง ปราศจากความอดทน ดุร้าย ที่มาสู้รบกับพระพุทธองค์อย่างทรหดยิ่งกว่ามารทั่วไปตลอดราตรี ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงใช้วิธีรดน้ำ คือ เมตตา พิชิตพญาช้างชื่อนาฬาคิรีที่กำลังตกมันดุร้ายยิ่งนัก ประดุจไฟป่า จักราวุธและสายฟ้า ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงบันดาลอิทธิฤทธิ์ทางใจพิชิตจอมโจรองคุลิมาล ซึ่งถือดาบเงื้อง่าวิ่งไล่ฆ่าพระพุทธองค์สิ้นระยะทาง ๓ โยชน์ ได้ราบคาบด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงใช้พระทัยอันงามสงบ พิชิตนางจิญจมาณวิกา(สาวิกาของพวกนิครนถ์) ผู้ที่เอาไม้กลมๆ มาผูกท้อง ทำอาการประหนึ่งว่ามีครรภ์ ใส่ร้ายพระพุทธเจ้าท่ามกลางฝูงชน ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้นขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีผู้สว่างด้วยแสงแห่งปัญญาทรงพิชิตสัจจกนิครนถ์ผู้ถือตัวว่าฉลาด เป็นนักโต้วาทีชั้นยอด แต่ขาดสัจจะ เป็นคนบอดยิ่งนักตั้งใจมาโต้วาทะหักล้างพระพุทธองค์ ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงมีพุทธบัญชาให้พระโมคคัลลานะพุทธบุตรใช้วิธีแสดงฤทธิ์ที่เหนือกว่าปราบพญานาคชื่อนันโทปนันทะ ผู้มีความรู้ผิดมีฤทธิ์มาก ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    พระจอมมุนีทรงใช้วิธีเทศนาญาณพิชิตพรหมชื่อพกะผู้ (ถือตัวว่า)มีความบริสุทธิ์ รุ่งเรือง และมีฤทธิ์ ยึดมั่นในความเห็นผิด ดุจมีมือที่ถูกอสรพิษขบกัดเอา ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    คนมีปัญญาสวดพุทธชัยมงคลคาถาทั้ง ๘ ประการนี้ เป็นประจำโดยไม่เกียจคร้าน พึงขจัดอุปัทวันตรายทั้งหลายได้ พึงบรรลุถึงพระนิพพานอันเป็นสุข
    พระพุทธเจ้าผู้ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงเป็นที่พึ่งของโลก ทรงบำเพ็ญบารมีครบถ้วนทุกประการ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวง ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมแล้ว ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
    ขอท่านจงมีชัยชนะ ขอท่านจงชนะในชัยมงคล เหมือนพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงทำความยินดีให้เพิ่มพูนขึ้น แก่ศากยะทั้งหลาย ทรงมีชัยชนะ ณ ควงไม้โพธิพฤกษ์ พระองค์ผู้ทรงบรรลุความเป็นเลิศ(ด้วยพระโพธิญาณ) แล้ว ทรงชื่นชมยินดีอยู่เหนือปราชิตบัลลังก์ ณ พื้นแผ่นดินอันบริสุทธิ์เป็นยอดปฐพี เป็นที่อภิเษกของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ฉะนั้นเถิด
    การกระทำทางกายที่ชอบธรรม การกระทำทางวาจาที่ชอบธรรม การกระทำทางใจที่ชอบธรรม ความตั้งใจของท่านที่ชอบธรรม (ในฤกษ์ยาม เวลา ขณะ ครู่ใด ฤกษ์ ยาม เวลา ขณะ ครู่นั้น) เป็นฤกษ์ดี เป็นมงคลดี เป็นยามรุ่งดี เป็นเวลาลุกขึ้นดี เป็นขณะดี เป็นครู่ดี เป็นการบูชาดี ในท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งหลาย บุคคลกระทำกรรมที่ชอบธรรมทั้งหลาย ย่อมได้รับประโยชน์ทั้งหลายอันชอบธรรม
    ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่านด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
    ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่านด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
    ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่านด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ.

เลื่อนบทสวดอัตโนมัติ